เปิดตำราลับ วิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่

มารู้จัก วิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่ การเล่นหุ้นหรือการลงทุนในหุ้นคือการซื้อหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การซื้อขายหุ้นมีสองตลาด: ตลาดหลักและตลาดรอง หรือซื้อขายหุ้น IPO (Initial Public Offering) เกิดจากการที่บริษัทต้องการรวบรวมเงินทุนจากนักลงทุนเพื่อขยายบริษัท โดยจะกำหนดราคาหุ้นให้ผู้ลงทุนสำรองไว้ ในการซื้อหุ้น IPO จะต้องจองผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายเท่านั้น เช่น บริษัทหลักทรัพย์ หรือผู้ค้าหลักทรัพย์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทหลักทรัพย์ ส่วนการซื้อขายหุ้นหลังจากนั้นจะเป็นการซื้อขายหุ้นในตลาดรอง นั่นเป็นคำพูดที่เรามักจะได้ยิน ราคาหุ้นในตลาดหุ้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามผลประกอบการของบริษัท และสภาวะตลาดตามหลักอุปสงค์อุปทาน
จ่ายออก

วิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่ ที่ทุกคนต้องทำตาม

ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นขึ้นอยู่กับสองสิ่งเป็นหลัก อย่างแรกคือ Capital Gain หรือกำไรจากส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นที่เราซื้อกับราคาที่เราขาย ประการที่สองคือเงินปันผล (เงินปันผล) หรือหุ้น กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในระหว่างปีจะปันส่วนให้กับผู้ถือหุ้น
การซื้อขายหุ้นมีความเสี่ยง
ความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้นหรือการซื้อขายหุ้นสามารถดูได้เป็น 2 ส่วนคือ ความเสี่ยงภายใน และความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ปัจจัยเสี่ยงภายในที่เกิดจากตัวบริษัทเอง เช่น การดำเนินงานของบริษัทหรือฝ่ายบริหาร สำหรับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกนั้นมีมากมาย ไม่ว่าอุตสาหกรรมจะเปลี่ยนแปลง อัตราแลกเปลี่ยนในกรณีของบริษัทที่มีธุรกรรมต่างประเทศหรือปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น น้ำท่วม พายุ แรงกดดันทางการเมือง ล้วนส่งผลต่อราคาหุ้น
มีนักลงทุนหลายประเภท
ด้วยปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีการเลือกหุ้นที่ดี มีแนวทางในการเลือกหุ้นหลายแบบ เช่น นักลงทุนที่ซื้อขายหุ้น Fundamentals คือกลุ่มที่เลือกซื้อหุ้นตามปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงานของบริษัท ให้ความสนใจกับการอ่านงบกำไรขาดทุน งบดุล และงบกระแสเงินสด รอจังหวะซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่เหมาะสม และรอขายเมื่อราคาสูงเกินไป ระหว่างทางก็เก็บเงินปันผลไปเรื่อยๆ สำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายหุ้นวิเคราะห์ทางเทคนิค พวกเขาจะเน้นที่กราฟราคาในอดีต รวมกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์เพื่อค้นหาสัญญาณซื้อ และจุดขายที่ทำกำไร เราเป็นเทรดเดอร์ประเภทไหน? ควรขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนและนิสัยส่วนตัว
(มือใหม่หัดเล่นหุ้น อยากได้กำไร)
เปิดบัญชีหุ้น
ในการซื้อขายหุ้นหรือซื้อขายหุ้นตัวนั้น เราต้องเปิดบัญชีหุ้นกับนายหน้า หรือที่เรียกว่า open house โบรกเกอร์คือบริษัทหลักทรัพย์ที่รับคำสั่งเทรดจากนักลงทุน แล้วส่งไปที่ระบบซื้อขายแลกเปลี่ยนเพื่อจับคู่คำสั่งอัตโนมัติ การชำระเงินสำหรับการซื้อหุ้นและนำหุ้นเข้าบัญชีนักลงทุน บัญชีหุ้นมีสามประเภท:
1 บัญชีเงินสดคงเหลือ บัญชีนี้เรียบง่าย คุณมีเงินในบัญชีเท่าไหร่? เราสามารถซื้อหุ้นได้จำนวนหนึ่งเท่านั้น โบรกเกอร์จะหักเงินจากบัญชีในวันที่ 3 หลังจากยืนยันคำสั่งซื้อ ไม่รวมวันหยุด (T + 3) เช่นเดียวกับการขาย บริษัทจะทำการโอนเงินเข้าบัญชีที่มีระยะเวลา T+3 ด้วย เราสั่งซื้อหุ้น A ในวันศุกร์ ราคาซื้อจะถูกหักออกในวันพุธของสัปดาห์ถัดไป
2 บัญชีเงินสดหรือบัญชีเงินสดในวันที่สั่งซื้อ เราต้องมีหุ้น 20% ที่เราต้องการซื้อ ซึ่งแตกต่างจากยอดเงินสดที่ต้องการเงินสดเท่ากับมูลค่าที่เราต้องการซื้อ ผู้ลงทุนต้องโอนเงินซื้อภายใน 3 วันหลังจากยืนยันการสั่งซื้อ ในกรณีขาย ผู้ลงทุนจะได้รับ T+3 และเงินสดคงเหลือด้วย
3 บัญชี Credit Balance หรือ บัญชี Margin เป็นบัญชีสำหรับผู้ที่ต้องการมีกำลังซื้อมากกว่าเงินของตัวเอง โดยใช้เงินหรือหลักทรัพย์ของตัวเองเป็นหลักประกัน ในเรื่องนี้ผู้ลงทุนยังต้องเสียดอกเบี้ยเงินที่ยืมมา